ลองอ่านดูนะครับ อันนี้เป็นเมลล์ที่ผมได้รับมา เลยอยากให้ได้อ่านกันเผื่อจะได้สบายใจกันเมื่อเวลาเครียดกันนะครับ













ก็จบไปแล้วอีก 1 entry
แฝงด้วยข้อคิดไว้ว่า
บางทีเราอาจจะคิดผิดว่าเราโชคร้ายที่สุดแล้ว
ถ้าเราไม่ได้คุยกับคนที่เขาเปิดใจจริงๆ เราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า
เขามีความสุขจริงอย่างที่เราคิดหรือไม่
แถมไว้อีกว่า
ถ้าเรามองแต่บนฟ้า
เห็นแต่คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
คนที่มีฐานะ มีพร้อม หน้าตาดี มีชื่อเสียง
อาจจะเหมือนมองโลกในแง่ดีนะครับ
แต่จะเป็นการทำให้เราคิดว่าตัวเองมีค่าน้อยลง
แต่ถ้าเรามองลงดิน หรือหนองน้ำ
มองลงดิน เราอาจจะเห็นพื้นดินที่เป็นหลุมเป็นบ่อ
ดินอาจจะเสีย อาจจะเต็มไปด้วยขยะ
ก็เปรียบได้ว่าเรากำลังมองคนที่ต่ำกว่าเรา อาจจะคนที่กำพร้า
คนที่ไม่มีฐานะที่ดีอย่างเรา พิการ
มองแบบนี้ก็เหมือนเป็นการที่ทำให้เราคิดว่าเรายังมีค่า
ซึ่งการมองใน 2 แบบที่กล่าวมา
ในบางทีเราอาจจะเลือกทางในการมอง กับความรู้สึกในขณะนั้น
เช่นทะเลาะกับเพื่อน เพื่อนไม่ค่อยอยากคุยด้วย เราไม่ควรมองในแบบที่1
เพราะจะเป็นการคิดมากเปล่าๆ
เราควรมองในแบบที่ 2 อาจจะทำให้เราคิดได้ว่าคนยังมีอีกหลายคน
เราเข้ากะเพื่อนคนนี้ไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร
หรือไม่ต้องสนใจเอาใจเขามาก
เรามามองพ่อหรือแม่ที่เขารักเราดีกว่านะครับ
แต่ถ้าเรามอง แบบกลางๆหรือมองทั้งสองมุมไปด้วยกัน
ก็อาจจะเหมือนมองระดับสายตา
คือมองทะเลแม่น้ำใหญ่ๆ
อาจจะทำให้เราคิดได้ว่า ปัญหาของเรานั้นมันน้อยนักถ้าเทียบกับพื้นที่ของน้ำทะเล
น้ำทะเลซึ่งปะปนไปด้วยทั้งปลาน้อยใหญ่ ทั้งดุร้าย และสวยงาม
เปรียบเสมือนว่าเราเป็นปลาสวยงาม(ก็ได้นะ)
ที่ทั้งต้องคอยหลบ คนที่จะไปจับ
หรือมีความสุขอยู่กับปะการังในน้ำทะเลอย่างมีความสุข
อาจจะมีทุกข์บ้าง แต่ก็ยังสามารถมีความสุขได้
(เอานีโมมาเปรียบก็ได้มั้ง คล้ายๆกัน ปลาการ์ตูนน่ะ)
แหะๆ วันนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ยเรา อัพซะเยอะเลย
แต่ก็เพราะอยากให้เป็นข้อคิดกะคนอื่นได้อ่ะนะ
ไม่ดีหรือต้องปรับปรุงยังไงก็แนะนำมาได้นะครับ
edit @ 2006/08/22 20:12:54
edit @ 2006/08/22 20:13:13